วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สิงเจ้าท่าขย่ำพลังเอ็ม 2-0 ลิ่วชิงเอฟเอคัพ

ขุนพล "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย ระเบิดฟอร์มสุดยอดส่องสองประตูบุกสยบ "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ถึงถิ่น 2-0 จาก พิพัฒน์ ต้นกันยา และ เอกชัย สำเร กรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกลูกหนัง มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา


โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 0 - 2 การท่าเรือไทย เอฟซี
การแข่งขันฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 รอบรองชนะเลิศ ที่สนาม อบจ.สระบุรี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี เจ้าถิ่นที่พักตัวผู้เล่นหลักในเกมที่บุกไปแพ้ เมืองทองฯ 2-1 เพื่อเก็บความสดเอาไว้ใส่เกมนี้โดยเฉพาะเช่นเดียวกับผู้มาเยือน อย่าง "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ที่ขอมีเอี่ยวลุ้นแชมป์เต็มตัวเช่นกัน

โดยผลงานรอบที่ผ่านมาของทั้งสองทีม ปรากฏว่า โอสถฯ ที่เล่นในถิ่นเดิมอย่าง ม.ธนารมย์ เอาชนะ สมาคมกีฬาบางกอกกล๊าส 3-1 ได้ในรอบที่ 3 ส่วนรอบที่ 4 ก็ฉลองบ้านใหม่ที่สนาม อบจ.สระบุรี ด้วยการบดเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 2-1 และล่าสุดรอบที่ 5 บุกไปเฉือนเอาชนะจุดโทษ บางกอกกล๊าส เอฟซี 6-3 หลังเสมอกันในเวลา 2-2

ส่วนผลงานของคู่แข่ง อย่าง "สิงห์เจ้าท่า" ในรอบ 3 บุกไปเอาชนะ ราชนาวี-ระยอง 2-1, รอบ 4 เล่นในถิ่นที่แพท สเตเดี้ยม เฉือนชนะ เพื่อนตำรวจ 1-0 และรอบที่ 5 ถล่มชนะ นครราชสีมา ทีมในลีก ด.2 ที่บ้านตัวเองไปแบบไม่ไว้หน้า 3-0

นัดนี้ "ขงเบ้งลูกหนัง" อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ กุนซือโอสถฯ จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแบบฟูลทีมไม่ว่าจะเป็น โกศวัต ว่องไวลิขิต, ศรายุทธ ชัยคำดี, คัพฟ้า บุญมาตุ่น และ 2 ตัวนอก อย่าง คริสเตียน อายิว เอ็กบ้า กับ อีวาน เมนซ่า ลงล่าตาข่ายคู่แข่งเพื่อกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบชิงฯ ให้ได้ต่อไป

ส่วน "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือใหญ่ การท่าเรือไทยฯ ก็พร้อมมากๆ กับการจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงลุยไม่ว่าจะเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟผิวสี อย่าง มาริโอ ดา ซิลวา และ เมาดรูโร่ มอยส์ซี่ แดนกลางก็แน่นไปด้วยตัวหลัก อย่าง จีรวัฒน์ มัครมย์, อาลีฟ เปาะจิ, เอกชัย สำเร ขณะที่แดนหน้าใช้บริการ พิพัฒน์ ต้นกันยา และ เอ็ดวัลโด้ ปาร์ไรร่า ซึ่งนัดนี้ก็เหมือนเช่นเคยที่แฟนฟุตบอลชาว จ.สระบุรี รวมถึงแฟนฟุตบอลของการท่าเรือไทยให้ความสนใจหลั่งใหล่กันเข้ามาชมชนิดเต็ม อัตรความจุไปโดยปริยาย

ก่อนเริ่มการแข่งขัน ทาง นายถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี พร้อมด้วย นายเฉลิม วงษ์ไพร นายก อบจ.สระบุรี และ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคมได้ให้เกียรติเดินลงสนามไปจับมือทักทายกับ นักเตะทั้งสองทีม

เริ่มเกมครึ่งแรกเพียงแค่ น.3 เจ้าบ้าน "พลังเอ็ม" ทำเกมบุกขึ้นมาได้ลุ้นก่อน เมื่อ คริสเตียน เอ็กบ้า ได้บอลจากการวางยาวมาที่หน้ากรอบเขตโทษก่อนจะหาจังหวะซัลโวเต็มข้อแต่ก็ช้อน ใต้ลูกจนทำให้บอลเหินข้ามคานออกไปในจังหวะนี้

น.5 เป็น การท่าเรือฯ ที่หาจังหวะตอบโต้ขึ้นมาบ้าง จากจังหวะที่ เอกชัย สำเร แทงต่อให้กับ เอ็ดวัลโด้ หลุดขึ้นไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนเจ้าตัวจะหาจังหวะสับไกหลุดเสาออกไปโดย ไม่สนว่ามี พิพัฒน์ ต้นกันยา ยืนอยู่โล่งๆ ที่เสาสอง

น.8 คัพฟ้า บุญมาตุ่น จอมทัพโอสถฯ พาบอลลากขึ้นมาจากกลางสนามก่อนจะตัดสินใจตั้งป้อมส่องไกลระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งแรงแต่ก็ยังไปติดเซฟ ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ นายด่านทีมเยือนที่ล้มตัวเซฟเอาไว้ได้ทัน แม้จะมีกระฉอกให้แฟนคลับสิงห์เจ้าท่าได้เสียวอยู่บ้างก็ตามที

น.22 สุรเดช ธงชัย พาบอลขึ้นมาที่กลางสนามก่อนจะชิพออกขวาให้ คริสเตียน เอ็กบ้า หลุดขึ้นไปง้างเท้าซัดแบบเต็มๆ บริเวณมุมแคบแต่ก็ยังไปติดเซฟอีกครั้งในจังหวะนี้ยังคงแลกกันสนุก

น.34 เอ็ดวัลโด้ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ของ การท่าเรือฯ มีโอกาสได้ขึ้นโขกลูกเตะมุมแบบเต็มตัวแต่เจ้าตัวก็ยังขวิดไม่ลงและทำได้แค่ หลุดเสาออกไป ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังไม่สามารถทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันมากนักและ ทำให้สกอร์ในช่วง 45 นาทีแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

กลับมาสู้กันต่อช่วงครึ่งเวลาหลัง เป็น การท่าเรือไทยฯ ที่สร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง น.50 เอ็ดวัลโด้ ฉกบอลจากแนวรับเจ้าถิ่นบริเวณสุดเส้นหลังด้านขวาก่อนจะตัดสินใจผ่านเข้ากลาง ให้เพื่อนแต่ก็ไม่มีใครเติมขึ้นมาเข้าชาร์จในจังหวะนี้

น.56 โอสถสภาฯ ได้ลูกฟรีคิกเยื้องกับกรอบเขตโทษด้านซ้าย "โจ้5หลา" ศรายุทธ ชัยคำดี รับอาสาปั่นด้วยเท้าขวา บอลโค้งแรงเกือบจะมุดเข้าเสาแรก แต่ ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ ก็ยังตระคุบเอาไว้ได้ทัน

จนกระทั่ง น.64 เป็นกองเชียร์ "สิงห์เจ้าท่า" ที่ได้เฮกันดังลั่น เมื่อ พงษ์พิพัฒน์ คำนวณ เปิดลูกเตะมุมจากทางด้านขวาบอลลอยโค้งอยู่กลางอากาศและเหมือนจะไม่มีอะไร อยู่แล้วถ้า กิตติศักดิ์ ระวังป่า ไม่ออกมาคว้าบอลผิดจังหวะเลยทำให้ตัวที่รออยู่ด้านหลัง อย่าง พิพัฒน์ ต้นกันยา จัดการโหม่งส่งบอลเลยผ่านเส้นประตูเข้าไปให้ การท่าเรือไทยฯ ออกนำเจ้าถิ่นไปก่อน 1-0

น.74 การท่าเรือไทยฯ โต้กลับเร็วของ เอกชัย สำเร ที่ลากบอลขึ้นมากราบซ้ายก่อนที่จะถูก 2 แนวรับโอสถฯ เข้าเสียบทั้งคนทั้งบอลอย่างจังแต่ผู้ตัดสินก็ยังใจแข็งไม่เป่าฟาวล์ให้ทีม เยือนแต่อย่างใด

น.81 โอสถฯ โหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทวงประตูตีเสมอให้ได้ในช่วงเวลาที่เหลือและก็ เกือบจะทำให้ชาว จ.สระบุรี ได้เฮ จากจังหวะการส่องไกลแถวสองของ คัพฟ้า บุญมาตุ่น แม้จะตรงกรอบแต่ก็ยังไม่ผ่านนายด่าน อย่าง ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ ที่เซฟช่วยทีมอีกครั้ง

น.86 พิพัฒน์ ต้นกันยา หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นมาฝั่งซ้ายก่อนที่เจ้าตัวจะลากตัดเข้าในแล้วสับไกด้วย ขวาแบบเต็มเท้าบอลพุ่งแรงไปชนคานบนอย่างจังพลาดโอกาสหนีห่างอีกครั้ง

ช่วงท้ายเกม โอสถฯ จำต้องเปิดหน้าแลกหมัดด้วยการส่ง 2 แนวรุก อย่าง ประวิทย์ วสุนทรา กับ ปฎิพณ เพชรวิเศษ ลงมายืนค้ำในแดนหน้าเพื่อหวังจะช่วยต่ออายุในช่วงที่เหลือให้ได้ต่อไปแต่ ด้วยความที่ดาหน้าบุกแบบไม่ระวังหลังบ้านก็ทำให้พวกเขาต้องมาสังเวยประตูตอก ฝาโลง น.93 จากการเลี้ยงบอลเข้าไปซัดมุมแคบของ เอกชัย สำเร ให้ การท่าเรือไทย เอาชนะ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 2-0 พร้อมกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป

ส่วน โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ก็หยุดเส้นทางเพียงแค่รอบรองฯ ไว้แค่นี้ พร้อมกับรับเงินรางวัลประจำรอบไปจำนวน 250,000 บาทต่อไป


วาทะโค้ช
"ขงเบ้งลูกหนัง" อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ กุนซือ โอสถสภาฯ "ก่อนที่จะเสียประตูรูปเกมก็ยังโอเคอยู่นะ แต่พอเสียลูกแรกก็หลุดไปเลยผมพยายามกำชับเด็กแล้วว่าให้ระวังลูกกลางอากาศ ของ พิพัฒน์ ต้นกันยา ให้ดีแล้วเป็นไงหละครับ"
"เสือเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือ การท่าเรือไทย เอฟซี "ไม่มีคำบรรยาจริงๆ ครับ เกมนี้ลูกทีมทำได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก โดยเฉพาะความแม่นยำที่เป็นปัจจัยสำคัญนำมาสู่ชัยชนะของเราในวันนี้ ส่วนในรอบชิงฯ นั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าคู่แข่งจะเป็นใครแต่ก็จะพยายามใส่เต็มที่อยู่แล้ว เพราะผมมาที่นี้เพื่อต้องการพา "สิงห์เจ้าท่า" กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง"


คะแนนความสามารถของทั้งสองทีม
โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี : กิตติศักดิ์ ระวังป่า 6.5, โกศวัต ว่องไวลิขิต 7,ศิวะเมต ธนูศร6.5( แทน น.88 ประวิทย์ วสุนทรา- ) , ศรายุทธ ชัยคำดี 6.5,คัพฟ้า บุญมาตุ่น7, สุรเดช ธงชัย6.5, อภิศักดิ์ อาสายุทธ์ 6.5,พยุงศักดิ์ พันนารัตน์6.5, คริสเตียน เอ็กบ้า6.5, อีวาน เมนซ่า 6( แทน น.74 สุมัญญาปุริสาย - ), ไพฑูรย์ เทียบมา 6.5
การท่าเรือไทย เอฟซี : ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ 7 , รังสรรค์ เอี่ยมวิโรจน์7(แทน น.73 อิทธิพล นนท์ศิริ- ), พิพัฒน์ ต้นกันยา 7.5, จีรวัฒน์ มัครมย์6(แทน น.75 โอฬาร ลิ้มสัมพันธ์สันติ -), มาริโอ ดา ซิลวา 7.5, อารีฟ เปาะจิ7,เกียรติเจริญ เรืองปาน7( แทน น.90 เอกชัย ปรีชากุล- ), พงษ์พิพัฒน์ คำนวณ7,เอ็ดวัลโด้ ปาร์ไรร่า7, เอกชัย สำเร 8, เมาดรูโร่ มอยส์ซี่ 7.5


แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : เอกชัย สำเร แข้ง การท่าเรือไทย เอฟซี








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น