คิวถ่ายทอดสดไทยลีกปีหน้าชัดเจน ช่อง 9 ผนึก ช่อง 11 ร่วมยิงสดให้แฟนบอลได้ชมทั้งหมด 128 นัด "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า มั่นใจจะช่วยกระจายข่าวสารไปทั่วประเทศได้มากขึ้น ส่วนเกมนัดสุดท้ายระหว่าง สมุทรสงคราม กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ สมชาย ชวยบุญชุม ขอเลื่อนเวลาเตะ น่าจะเปลี่ยนมาเป็น 16.15 น. ได้ ขณะที่นัดชิงไทยคม เอฟเอ คัพ เลื่อนไปเตะ วันปิยะมหาราช 23 ต.ค.นี้แน่นอน ช่อง 11 ยิงสด 17.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย
ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2009 นัดสุดท้าย ในส่วนของเกมระหว่าง สมุทรสงคราม พบกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ สมชาย ชวยบุญชุม จะขอเลื่อนจากเดิมในเวลา 16.30 น. มาเป็น 16.00 น. ได้หรือไม่เรื่องนี้ "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า เลขาฯสมาคมฟุตบอลฯ ออกมากล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องปรึกษากับทาง บ.ไทยพรีเมียร์ ก่อน แต่ความคิดตนคิดว่าน่าจะเลื่อนมาได้ 16.15 น. น่าจะทำได้ แต่ก็ต้องรอดูอีกทีว่าที่ประชุมจะว่าไง
ช่อง 9, 11 ยิงสดรวม 128 นัด
ในส่วนของการถ่ายทอดสดในฤดูกาลหน้านั้น เลขาฯ สมาคมฟุตบอลฯ ออกมากล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยกันแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างน่าจะลงตัวเพราะตอนนี้มีช่อง 9 และช่อง 11 ที่จะเข้ามาถ่ายทอดสดรวมทั้งสิ้น 128 นัด โดยจะแบ่งถ่ายคนละ 64 นัดสลับวันและเวลากัน น่าจะช่วยให้แฟนบอลได้ติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ ได้หลายช่องทางมากขึ้น
ไทยคม เอฟเอ คัพ เลื่อนเตะ 23 ต.ค.
ศึกลูกหนัง "มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009" รอบชิงชนะเลิศ เดิมแข่งขันในวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. นี้ ล่าสุด "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า เลขานุการสมาคมฟุตบอลฯ ได้เลื่อนขึ้นมาเตะในวันศุกร์ที่ 23 ต.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์"ปิยะมหาราช" เวลา 17.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย โดยเกมดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดทางสยามกีฬาทีวี และ สทท. 11 ให้แฟนบอลทั่วประเทศได้รับชมอีกด้วย
เนวิน ชิดชอบ เอาจริงเทกโอเวอร์ทีโอที พร้อมใช้ชื่อใหม่ บุรีรัมย์-ทีโอที รอวันที่ 22 ต.ค. บอร์ดบริหารของทีโอทีตัดสินใจขั้นสุดท้าย หากผ่านฉลุย เตรียมนำโค้ช บุกบราซิล และอาร์เจนตินา เฟ้นหานักเตะ อีกทั้งยังลงทุนสร้างสนามใหม่อีก 100 ล้านบาท วางเป้าจบฤดูกาลต้องติด 1 ใน 4
หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า ทีมทีโอที อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของการทำทีมในปีหน้าใหม่ หลังจากที่ เนวิน ชิดชอบ เข้ามาเทกโอเวอร์ ด้วยการนำทีมทีโอทีไปเล่นที่บุรีรัมย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอคณะกรรมการบอร์ดของทีโอทีประชุมอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตามข่าววงในแจ้งว่า หาก ทีโอที ไปรวมกับ จ.บุรีรัมย์ จริง ได้มีการวางแผนงานกันเอาไว้หมดแล้ว เกี่ยวกับการยกระดับทีมทีโอที ก้าวขึ้นมาสู่ระดับแนวหน้าของไทยลีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหานักเตะเข้ามาเพิ่มในทีม ซึ่งเน้นที่ตัวต่างชาติ โดยเดือน ธ.ค. จะนำทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทั้งหมด บุกบราซิลและอาร์เจนตินา เพื่อประสานงานกับเอเยนต์ รวมทั้งการหานักเตะฝีเท้าดีๆ เข้ามาเสริมทีม
นอกจากนี้ยังจะมีการทำศูนย์อะคาเดมี่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการฝึกฟุตบอลให้กับเยาวชนของ จ.บุรีรัมย์ และแถบใกล้เคียงเพื่อหาเด็กเข้ามาเสริมทีม อีกทั้งจะทุมงบประมาณอีกส่วนหนึ่งปรับปรุงสนาม ที่นั่งคนดู ไฟสนาม และสิ่งอื่นๆ เพื่อเป็นสนามแนวหน้าของเมืองไทย รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทเลยทีเดียว
มีทเดอะเพรสไทยลีก หนสุดท้ายยังคึกคัก ศึกหนีตายคู่เอก พัทยา ยูไนเต็ด โวเล่นในบ้านมีดีพอที่จะชนะ จุฬา ยูไนเต็ด หนีตกชั้นได้แน่ ฝั่ง ศรีราชา เอฟซี ยังดิ้นสุดตัว ประกาศก้อง ขอบุกไปงาบสามแต้มจาก "พลังเอ็ม" ส่วน แบงค็อก ยูไนเต็ด รับไม่ง่ายที่จะบุกพิชิต "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม งานนี้ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม ออกโรงยันไม่มีซูเอี๋ยยอมให้แน่ ขณะที่ทีมแชมป์ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ย้ำไม่ประมาท เทโรฯ เตรียมเก็บชัยชนะเพื่อฉลองแชมป์กับแฟนบอล
ความเคลื่อนไหวของทีมศึก ไทยพรีเมียร์ลีก ก่อนการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาล ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ซึ่งมีงานแถลงข่าว "มีท เดอะ เพรส" ที่สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา
"โต่ย" ขอเต็มที่ เพื่อแฟนบอล
เริ่มที่ความพร้อมของทีม "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมอันดับ 5 ของตารางเกมนี้จะเล่นในบ้านพบกับ ศรีราชา เอฟซี ทีมหนีตายทีมอันดับ 14 ของตาราง ก่อนเกมนี้ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ผช.โค้ชพลังเอ็ม กล่าวว่า ตอนนี้เรามีนักเตะบาดเจ็บ 2 คนคือ เจษฎา พั่วนะคุณมี และ ประทุม ชูทอง ขณะที่ ศรายุทธ ชัยคำดี โดนแบน สำหรับเกมนี้ เต็มที่แน่นอน เราต้องการเล่นเพื่อแฟนบอล เพราะเราเพิ่งไปผูกกับสระบุรี ดังนั้นเราจะเรียกศรัทธาแฟนบอล เพื่อจะได้มีแฟนบอลเพิ่มในปีหน้า
"โค้ชแดง" ไม่สนงานนี้ต้อง 3 แต้ม
ส่วน "โค้ชแดง" ทรงยศ กลิ่นศรีสุข กุนซือใหญ่ของทีมศรีราชา กล่าวถึงความพร้อมของทีมว่า ไม่มีทางเลือกสำหรับเรา เพราะหากอยากที่จะรอดตกชั้น จะต้อง 3 แต้มเท่านั้น ส่วนคู่อื่นจะเป็นอย่างไรไม่สน เราขอทำให้เต็มที่จะตกจะรอดค่อยว่ากันดีกว่า
"วรุตม์" มั่นใจรอดแน่นอน
ด้าน วรุตม์ วงศ์ดี มิดฟิลด์จอมทัพทีมศรีราชาเอฟซี ออกมากล่าวว่า สามเกมที่ผ่านมา พวกเราทำงานหนักมาตลอด เพื่อทำให้ทีมอยู่รอดให้ได้ เกมนี้เป็นเกมที่หนักจริง แต่ตนยังเชื่อว่าเรามีศักยภาพและขวัญกำลังใจที่ดีที่ จะบุกไปชนะโอสถสภา เอ็ม-150 ได้ และเราจะอยู่รอดในไทยพรีเมียร์ต่อไป
"น้าฉ่วย" ขอเลื่อนเตะกลัวฟ้าปิด
คู่ต่อมาเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม ที่รอดปลอดภัยจากการตกชั้นไปแล้ว เกมนี้จะเล่นในบ้านบ้านพบกับ "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 13 ของตารางที่ยังมีลุ้นตกชั้น แต่แค่เสมอน่าจะรอดแล้ว
ก่อนเกมนี้ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือใหญ่ กล่าวว่า ตนอยากที่จะเสนอให้มีการเลื่อนเวลาการแข่งขันจาก 16.30 น. มาเป็น 16.00 น. เพราะตอนนี้ฟ้ามืดเร็วมาก กลัวจะแข่งไม่จบเกม อย่างไรก็วอน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก พิจารณาด้วย ส่วนเกมนี้ พบกับแบงค็อก หลายคนเป็นห่วงว่าจะปล่อยให้ แต่เรื่องนี้ตนยืนยันว่าไม่มีแน่นอน และเราอยากจะทำอันดับให้ดีๆ ก่อนจบฤดูกาลด้วย
"อาคม" รับไม่ง่าย แต่ขอ 1 แต้มเพื่อรอด
ขณะที่ อ.อาคม สมุทรโคจร ตัวแทนของสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด กล่าวถึงเกมนี้ว่า ศักยภาพทีมเราที่ผ่านมาดีพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่าทำไมฟอร์มการเล่นถึงออกมาไม่ดี เกมนี้คงจะต้องเน้นเป็นพิเศษเพราะหากเราอยากที่จะรอดต้องมี 1 แต้มกลับบ้าน ตนยังเชื่อว่าเกมนี้น่าจะทำได้เพื่อให้เราได้สิทธิ์เล่นในไทยพรีเมียร์ลี กต่อไป
ส่วน ซารีฟ สายนุ้ย ดาวยิงของแบงค็อก กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าเรามีความพร้อมที่จะเล่นกับสมุทรสาครและมั่นใจว่าเราจะรอดตกชั้นชัวร์
"วิวัฒน์" ไม่สน 1 แต่ขอ 3 แต้ม
อีกคู่ที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน เป็นเกมระหว่าง พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 ของตารางที่เกมนี้ขอแค่ 1 แต้มจะรอดตกชั้นทันที โดยจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "เสือสามย่าน" จุฬา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 15 ของตาราง ที่จะต้องชนะเพื่อหนีตกชั้นให้ได้
เกมนี้ วิวัฒน์ เอี่ยมแล้ ผู้ประสานงานทีมพัทยา กล่าวว่า เรามี ไพศาล โพธิ์นา เจ็บคนเดียว ส่วนตัวอื่นอยู่ครบ เกมนี้ไม่หวังแค่เสมอแต่เราเล่นในบ้าน จะต้องสามแต้มเท่านั้น ที่สำคัญอยากให้แฟนบอลเข้ามาชมและเชียร์กันมากๆ ครับ มั่นใจเราชนะได้
"ต้อม" เซ็งตัวหลักเดี้ยง 7 ราย
ส่วน "โค้ชต้อม" ณรงค์ สุวรรณโชติ โค้ชใหญ่จุฬา กล่าวว่า เกมนี้ 50-50 จุฬามีปัญหาที่ตัวผู้เล่นเพราะตัวหลัก 11 คนตอนนี้เล่นได้แค่ 4 คนทั้ง สมปอง สอเเหลบ, อารอน เจ็บต้องรอเช็กอาการกันอีกครั้ง ยอมรับว่าหนักหนาในการไปเยือนพัทยา แต่เพื่อความอยู่รอดตนต้องหวังสามแต้ม เพื่อลุ้นตกชั้นให้ได้ แม้ว่าจะยากก็ตามเรามีอัดฉีดลูกละ 1 แสน หากชนะด้วย
"โค้ชแต๊ก" สั่งปิดเกมต้องเนี้ยบ
สำหรับคู่ระหว่าง "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมที่คว้าแชมป์ไปแล้ว เกมนี้จะเปิดรังสนามธันเดอร์โดม เมืองทองธานี พบกับ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรฯ ทีมอันดับ 4 ที่ตอนนี้มีลุ้นอันดับ 3 อยู่ด้วย
เกมนี้ "โค้ชแต๊ก" อรรถพล บุษปาคม กุนซือใหญ่ทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ยาย่า โดนแบนในนัดนี้ ไม่ส่งผลอะไร ทีมยังมีตัวหลักลงแทนได้ ตนย้ำว่าเกมนี้เน้นชุดใหญ่แน่นอน เพราะอยากที่จะปิดเกมให้สวย ที่สำคัญเราจะมีการฉลองแชมป์ร่วมกับแฟนบอลด้วย ส่วนบีอีซี เทโรฯ ก็ประมาทไม่ได้เหมือนกัน เกมรุกดีกว่าเราเตรียมหาทางแก้ไว้แล้ว
"แบน" รับเป็นรองนักเตะล้า
ด้าน "โค้ชแบน" ตะวัน ศรีปาน กุนซือใหญ่ทีม "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรฯ กล่าวถึงความพร้อมของทีมว่า สภาพทีมลงเล่นในรายการเอฟเอ คัพ และไทยพรีเมียร์นักเตะล้าสุดๆ แต่หมุนเวียนไม่ได้มาก เกมนี้คงจะเป็นตัวเดิมๆ ลงเล่นตัวแบนจะเป็น อาคัสซู ส่วนบาดเจ็บมี ชาคริต บัวทอง กับ ปณัย คงประพันธ์ เกมนี้เป็นรองเรื่องของความสด แต่สู้เพราะเรายังมีลุ้นตำแหน่งที่ 3 อยู่เหมือนกัน แถมยังเป็นสถิติของตัวเองในการทำทีมด้วย
"บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า เลขาฯ สมาคมฟุตบอลไทย ประกาศโป้ง ปีหน้ามาตรการปรับปรุงสนาม เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกทีมจะต้องแก้ไขอย่างจริงจัง หากสนามไม่ผ่านการพิจารณาไม่ให้ใช้แน่นอน นอกจากนั้นเตรียมทำเอ็มโอยูระหว่างสโมสร, แฟนบอล และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก เพื่อป้องกันความรุนแรงในสนาม
ที่สมาคมนักข่าวช่างภาพ กีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา มีงานแถลงข่าว "มีทเดอะเพรส" ขึ้นเป็นสัปดาห์สุดท้าย ก่อนที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2009 นัดที่สุดท้ายของฤดูกาล วันที่ 18 ต.ค.นี้
โดยมี "บิ๊กเปี๊ยก" นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานพร้อมด้วยตัวแทนจากสโมสรอย่าง ตะวัน ศรีปาน โค้ชใหญ่บีอีซี เทโรฯ, อรรถพล บุษปาคม กุนซือเมืองทองฯ, ณรงค์ สุวรรณโชติ โค้ชจุฬา ยูไนเต็ด และอีกมากมายมาร่วมงาน พร้อมผู้สื่อข่าวที่ออกมาทำข่าวคับคั่ง
"บิ๊ก เปี๊ยก" องอาจ เปิดเผยก่อนที่จะแถลงความพร้อมของแต่ละทีมว่า เกมสุดท้ายความสนุกเร้าใจน่าจะอยู่ที่กลุ่มหนีตกชั้น อย่างไรเกมนี้เราจะมีการดูแลจัดผู้ตัดสินอย่างดี รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ให้ดี ส่วนในปีหน้าเราจะมีการทำสัญญาเอ็มโอยู กับสโมสรกลุ่มเสี่ยงของสโมสรกับแฟนบอล และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก เพื่อป้องกันปัญหาขัดแย้งแฟนบอลกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
นอก จากนั้น เลขาฯ สมาคมฟุตบอลไทย กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในปีหน้าว่า สิ่งที่เราจะต้องทำเร่งด่วนในตอนนี้คือ เรื่องของสนามแข่งขัน ที่ต้องยอมรับว่า ปีนี้ไทยพรีเมียร์ลีกยังมีปัญหาเรื่องนี้อยู่มาก ดังนั้นต่อจากนี้ มีเวลา 4 เดือน ที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข หากสนามไหนไม่ผ่าน คงจะต้องไม่ให้ใช้ รวมทั้งเรื่องของรอบรั้วขอบชิด และการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันแฟนบอลอันธพาล นอกจากนั้นเรื่องของความสว่างต้องเน้นให้ผ่านเกณฑ์ด้วย
"มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน บุกประลองฝีเท้า "สำเภาผยอง" ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร สนุกดุเดือด นำก่อน 3-1 แต่โดนแข้งเจ้าถิ่นไล่ยิงเจ๊า 3-3 ยื่นฎีกาถึงซัดจุดโทษ เป็นแข้ง "มังกรไฟ" ที่แม่นกว่าซัลโวชนะ 3-0 ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงไปแย่งแชมป์ การท่าเรือไทย ศึกลูกหนัง มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 เมื่อ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา
ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร 3 - 3 บีอีซี เทโรฯ (ต่อเวลาพิเศษ3-3,เทโรฯชนะจุดโทษ3-0)
การแข่งขันฟุตบอล มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา เป็นการพบกันของทีมจากไทยลีก โดยเจ้าบ้าน "สำเภาผยอง" ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ที่ผ่านเข้ารอบมาด้วยการถล่ม สุราษฎร์ฯ 3-0 พบ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ที่ชนะ แบ็งค็อกฯ 2-0
เกมนี้ทั้งสองทีมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามครบครัน เจ้าถิ่นนำทัพโดย พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี กองหลังกัปตันทีมที่ได้พบกับทีมเก่า พร้อมด้วย กามาร่า อาลี และ พอล เอคโคโล่ สองดาวเตะผิวสีที่เป็นกำลังสำคัญในแนวรุก
ขณะที่ทีมเยือนส่ง กิตติพล ปาภูงา เพลยเมกเกอร์ตัวเก่งลงทำเกมแดนกลาง โดยมี อานนท์ สังสระน้อย ว่าที่ดาวซัลโวไทยลีก ลงล่าตาข่ายแดนหน้าคู่ "เจ้าหยืด" วุฒิชัย ทาทอง ท่ามกลางแฟนบอลที่แห่เข้ามาชมกันอย่างหนาตา
ขณะที่ข้างสนามเกมนี้ มีผู้ใหญ่ของทั้งสองทีมเข้ามาร่วมชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย สุรจิต กัลยาณมิตร ประธานสโมสรทีทีเอ็ม สมุทราสาคร, ไบรอัน มาร์คาร์ ประธานสโมสร "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรฯ, สุริยา ประสาทบัณฑิต รองผู้ว่า จ.สมุทราสาคร, อุดร ไกรวัตนุสรณ์ นายกอบจ., มานัส โรจน์ไพรินทร์ สท.เทศบาลนคร สมุทรสาคร และ มนตรี จันทร์ตรี สท.เทศบาลบ้านแพ้ว
เปิดฉากมาแค่ 36 วินาที ทีมเยือนทักทายก่อน จาก กิตติพล ปาภูงา ซัดไกล 30 หลาด้วยซ้ายข้ามคาน จากนั้นเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แต่ยังไม่สามารถหาจังหวะยิงประตูได้ ก่อนที่ น.10 พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี กองหลัง ทีทีเอ็มฯ จะสกัดบอลไปติด วุฒิชัย ทาทอง ทำให้ "เจ้าหยืด" ได้กระชากบอลเข้าไปในเขตโทษ แต่จังหวะสุดท้ายกลับยิงติดบล็อก กฤษกร เกิดผล นายทวารเจ้าถิ่น และ "สำเภาผยอง" โต้กลับไวทันที วรวุฒิ วังสวัสดิ์ โยนบอลยาวจากแดนตัวเองให้ ณรงค์ จันทร์เสวก ปีกซ้ายตัวเก่งเอาบอลลงก่อนพาบอลเข้าไปยิงในเขตโทษฝั่งซ้าย ทว่ายิงไม่ดี บอลตรงตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ผู้รักษาประตู เทโรฯ
ถัดมาอีก 4 นาที ความพยายามในการเล่นเกมบุกของทีมเยือนก็มาประสบความสำเร็จ เมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม ผ่านบอลจากกราบซ้ายเข้ากลางประตูให้ อานนท์ สังสระน้อย ที่สลัดหนีการประกบของ ภานุวัฒน์ ไฟใหล กองหลังดาวรุ่ง ทีทีเอ็มฯ จับด้วยขวาหนึ่งจังหวะก่อนซัดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ บอลผ่านตัว กฤษกร เกิดผล นายทวารเจ้าถิ่นเข้าประตูไปอย่างสวยงาม "มังกรไฟ" ออกนำ 1-0
หลังเสียประตู ทัพนักเตะ "สำเภาผยอง" พยายามเปิดเกมบุกหวังเอาประตูคืน แต่แล้ว น.19 ก็ถูกลูกโต้กลับของทีมเยือนเล่นงาน เมื่อ นพพล ปิตะฝ่าย แบ็กซ้าย เทโรฯ เติมเกมขึ้นไป ก่อนไหลบอลให้ จักรพันธ์ แก้วพรม ที่ยืนอยู่หน้าประตูคนเดียวแค่ 5 หลา จับบอลและยิงเร็วทันที สวนตัว กฤษกร เกิดผล เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย เทโรฯ ออกนำ 2-0
โดนส่องไปถึงสองลูก ทำให้ทัพนักเตะ "สำเภาผยอง" ต้องเปิดเกมรุกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ น.24 ก็เกือบตีไข่แตกสำเร็จ เมื่อ กามาร่า อาลี ไหลให้ วรวุฒิ ชิพบอลข้ามหัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ทว่ากลับไม่ตรงกรอบ ชวดตีไข่แตกไปอย่างน่าเสียดาย
จากนั้นเกมของเจ้าถิ่นเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ น.37 กองเชียร์ ทีทีเอ็มฯ ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ กองกลางจอมเก๋าของทีม โชว์ความสามารถเฉพาะตัว พลิกบอลหลบผู้เล่น เทโรฯ ถึง 2 คน ก่อนจะสับไกด้วยขวา 25 หลา กลางประตู บอลลอยโด่งข้ามศรีษะ ศิวรักษ์ เข้าประตูไปอย่างสวยงามไล่มา 1-2
หลังได้ประตูตีไข่แตก ทีทีเอ็มฯ เล่นเหมือนบอลได้ใจ เป็นฝ่ายพับสนามบุกกดดันทีมเยือนอยู่ข้างเดียว ก่อนที่ น.40 จะได้ลุ้นจากลูกเตะมุมที่ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ เปิดเข้าไป กองหลัง เทโรฯ เคลียร์ไม่ขาด ทำให้ ภานุวัฒน์ ไฟใหล และ เจษฎา บุญเรืองรอด มีโอกาสได้ซ้ำติดๆ กันสองจังหวะ ทว่าติดบล็อกกำแพงมนุษย์ทีมเยือนหมด ชวดประตูตีเสมอในครึ่งแรกไปอย่างน่าเสียดาย
ท้ายครึ่งแรก เทโรฯ มีโอกาสนำห่าง เมื่อ วุฒิชัย ทาทอง ล็อกบอลก่อนยิงด้วยอีซ้ายในเขตโทษด้านขวาเต็มข้อ แต่บอลกลับชนเสาแรกออกหลังไป ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดยาวหมดครึ่งเวลาแรก บีอีซี เทโรฯ บุกมานำ ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร อยู่ 2-1
กลับมาครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ก่อนที่จะเขี่ยเริ่มเกมเป็นเจ้าถิ่นที่โหมบุกอย่างหนักในช่วง 10 นาทีแรก เพื่อหวังเอาประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายกลับทำได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาตลอด
น.61 เจ้าถิ่นแก้เกมด้วยการส่งกองหน้า อย่าง ทนงศักดิ์ พรมดาด ลงสนามไปแทน ชัชปภพ อุตสาพรม ที่เกมนี้เล่นไม่ออก แต่กลับไม่ได้ทำให้เกมดีขึ้น มิหนำซ้ำ น.66 ต้องมาสังเวยประตูที่สามจนได้ เมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม กระชากบอลไปถึงสุดเส้นหลังด้านซ้าย ก่อนชิพเข้ากลางมาให้ วุฒิชัย ทาทอง ที่ยืนอยู่คนเดียว สะบัดศรีษะระยะแค่ 5 หลา ตุงตาข่าย เทโรฯ นำ 3-1
แต่แล้วอีก 2 นาทีถัดมา เจ้าถิ่นมาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ธฤติ โนนศรีชัย ไปผลัก พอล เอ็คโคโล่ ล้มลง ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือก แต่จังหวะนี้ พอล เอ็คโคโล่ ที่ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารด้วยตัวเอง กลับยิงไปทางขวามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน พุ่งเซฟไว้ได้อย่างสวยงาม ชวดได้ประตูตีตื้นไปอย่างน่าเสียดาย
แม้ไม่ได้ประตู แต่เจ้าถิ่นก็ยังไม่มีหมดกำลังใจเสียทีเดียว โดยเป็นฝ่ายเล่นเกมบุกได้ดีกว่าทีมเยือน ที่หลังนำห่างแล้ว ถอยลงไปตั้งรับกันลึก ทว่า น.76 กองเชียร์ ทีทีเอ็มฯ ที่เงียบไปนาน กลับมาได้เฮอีกครั้ง เมื่อมาได้ลูกจุดโทษเป็นครั้งที่สองในเกม จากจังหวะที่ ทนงศักดิ์ พรมดาด ถูก ปรัชญ์ สมัครราช เสียบล้มลงในเขตโทษ และ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ อาสายิงเข้ากลางประตูไม่พลาด ทีทีเอ็มฯ ไล่มาอีกครั้ง 2-3
ถัดมาอีกแค่นาทีเดียวเจ้าถิ่นได้ลุ้นตีเสมอ จาก ทนงศักดิ์ พรมดาด ที่ได้ยิงไกล 25 หลา บอลพุ่งปานจรวด แต่ยังตรงตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวาร เทโรฯ รับไว้ได้
ท้ายเกม ทีทีเอ็มฯ โหมบุกอย่างหนักเพื่อเอาประตูตีเสมอให้ได้ และ น.84 กามาร่า อาลี ได้โหม่งเช็ด จากการเปิดฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ แต่บอลยังไปตรงตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน อีกครั้ง ชวดได้ประตูตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย
จากนั้นเกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือนอยู่แล้ว แต่แล้วก่อนหมดเวลา 2 นาที สนาม สพล.สมุทรสาคร แทบแตก เมื่อ พอล เอ็คโคโล่ ดาวยิงร่างบึ๊กของ ทีทีเอ็มฯ ซัดเต็มข้อแค่ 10 หลากลางประตู ตาข่ายแทบขาดให้ ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ตีเสมอ เทโรฯ 3-3 ท่ามกลางความสะใจของแฟนบอลเจ้าถิ่น และจบ 90 นาทีที่สกอร์นี้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษเพื่อหาผู้ชนะออกไปอีก 30 นาที
ครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมไม่ได้เพลาเกมบุกแต่อย่างใด โดยเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่มีโอกาสได้ยิงมากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ ก่อนหมดครึ่งแรกของช่วงต่อเวลายังเสมอกันที่ 3-3 เหมือนเดิม
ครึ่งหลังเกมกลับไม่เหมือนเดิม เมื่อทั้งสองทีมดูเนือยลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ไม่มีโอกาสลุ้นทำประตูเท่าที่ควร ก่อนผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดยาวหมดการแข่งขัน 120 นาที ทั้งสองทีมเจ๊ากันอย่างสุดมัน 3-3 ทำให้ต้องตัดสินด้วยการยิงลูกโทษที่จุดโทษ ซึ่ง บีอีซี เทโรฯ ยิงแม่นกว่าเอาชนะไป 3-0 รวมผล "มังกรไฟ" ซิวชัย 6-3 ผ่านเข้าสู่รอบชิงไปพบ การท่าเรือไทย เอฟซี
วาทะโค้ช
ประจักษ์ เวียงสงค์ กุนซือ ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร "โดยภาพรวมถือว่านักเตะทุกคนเล่นกันได้ดี แสดงให้ถึงสปิริตทีมที่พวกเราไม่เคยละเลย แม้ว่าจะโดนนำห่างถึง 3-1 ทว่าทุกคนก็รวมพลังกันเล่นจนกระทั้งไล่ตีเสมอ 3-3 สำหรับการตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องของดวงล้วนๆ เป้าหมายต่อไปของเราก็คือแชมป์สิงคโปร์คัพ"
ตะวัน ศรีปาน กุนซือ บีอีซี เทโรฯ "เกมนี้ไม่น่าจะยื้อกันถึงยิงจุดโทษเลย ต้องขอติงผู้ตัดสินที่ให้สองจุดโทษ นั้นมันค่อนข้างที่จะไม่ยุติธรรมกับทีมเราสักเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม ทีมยังต้องปรับปรุงในเรื่องของเกมรับ ส่วนเกมรุกถือว่าทำได้ตามมาตรฐานที่เคยเป็น"
ความสามารถของนักเตะทั้งสองทีม
ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร : กฤษกร เกิดผล 6, ประดิษฐ์ ทวีไชย 6 (ศุภกร รามกุหลาบสุข 6), ธนา ศรีพันดร 6.5, ภานุวัฒน์ ไฟใหล 6.5 (ขวัญชัย เฟื่องประกอบ -), พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี 7, ณรงค์ จันทร์เสวก 6.5, กามาร่า อาลี 6.5, เจษฎา บุญเรืองรอด 6.5, วรวุฒิ วังสวัสดิ์ 7, ชัชปภพ อุตสาพรม 6 (ทนงศักดิ์ พรมดาด 6.5), พอล เอ็คโคโล่ 8
บีอีซี เทโรฯ : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน 6.5, นพพล ปิตะฝ่าย 6.5, ธฤติ โนนศรีชัย 6.5, ปรัชญ์ สมัครราช 6.5, กีย์ ฮูร์เบิร์ต 6.5, จักรพันธ์ แก้วพรม 8, พิชิตย์ ใจบุญ 6.5, กิตติพล ปาภูงา 7 (ทัศนา แช่มสะอาด -), นะเรศ กาพย์ไกรแก้ว 6 (ชลากร สงวนดี 6), วุฒิชัย ทาทอง 7 (ไพศาล แสงอรุณ 6), อานนท์ สังสระน้อย 7
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวารบีอีซี เทโรฯ




ขุนพล "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย ระเบิดฟอร์มสุดยอดส่องสองประตูบุกสยบ "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ถึงถิ่น 2-0 จาก พิพัฒน์ ต้นกันยา และ เอกชัย สำเร กรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกลูกหนัง มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา
โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 0 - 2 การท่าเรือไทย เอฟซี
การแข่งขันฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 รอบรองชนะเลิศ ที่สนาม อบจ.สระบุรี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี เจ้าถิ่นที่พักตัวผู้เล่นหลักในเกมที่บุกไปแพ้ เมืองทองฯ 2-1 เพื่อเก็บความสดเอาไว้ใส่เกมนี้โดยเฉพาะเช่นเดียวกับผู้มาเยือน อย่าง "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ที่ขอมีเอี่ยวลุ้นแชมป์เต็มตัวเช่นกัน
โดยผลงานรอบที่ผ่านมาของทั้งสองทีม ปรากฏว่า โอสถฯ ที่เล่นในถิ่นเดิมอย่าง ม.ธนารมย์ เอาชนะ สมาคมกีฬาบางกอกกล๊าส 3-1 ได้ในรอบที่ 3 ส่วนรอบที่ 4 ก็ฉลองบ้านใหม่ที่สนาม อบจ.สระบุรี ด้วยการบดเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 2-1 และล่าสุดรอบที่ 5 บุกไปเฉือนเอาชนะจุดโทษ บางกอกกล๊าส เอฟซี 6-3 หลังเสมอกันในเวลา 2-2
ส่วนผลงานของคู่แข่ง อย่าง "สิงห์เจ้าท่า" ในรอบ 3 บุกไปเอาชนะ ราชนาวี-ระยอง 2-1, รอบ 4 เล่นในถิ่นที่แพท สเตเดี้ยม เฉือนชนะ เพื่อนตำรวจ 1-0 และรอบที่ 5 ถล่มชนะ นครราชสีมา ทีมในลีก ด.2 ที่บ้านตัวเองไปแบบไม่ไว้หน้า 3-0
นัดนี้ "ขงเบ้งลูกหนัง" อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ กุนซือโอสถฯ จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแบบฟูลทีมไม่ว่าจะเป็น โกศวัต ว่องไวลิขิต, ศรายุทธ ชัยคำดี, คัพฟ้า บุญมาตุ่น และ 2 ตัวนอก อย่าง คริสเตียน อายิว เอ็กบ้า กับ อีวาน เมนซ่า ลงล่าตาข่ายคู่แข่งเพื่อกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบชิงฯ ให้ได้ต่อไป
ส่วน "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือใหญ่ การท่าเรือไทยฯ ก็พร้อมมากๆ กับการจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงลุยไม่ว่าจะเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟผิวสี อย่าง มาริโอ ดา ซิลวา และ เมาดรูโร่ มอยส์ซี่ แดนกลางก็แน่นไปด้วยตัวหลัก อย่าง จีรวัฒน์ มัครมย์, อาลีฟ เปาะจิ, เอกชัย สำเร ขณะที่แดนหน้าใช้บริการ พิพัฒน์ ต้นกันยา และ เอ็ดวัลโด้ ปาร์ไรร่า ซึ่งนัดนี้ก็เหมือนเช่นเคยที่แฟนฟุตบอลชาว จ.สระบุรี รวมถึงแฟนฟุตบอลของการท่าเรือไทยให้ความสนใจหลั่งใหล่กันเข้ามาชมชนิดเต็ม อัตรความจุไปโดยปริยาย
ก่อนเริ่มการแข่งขัน ทาง นายถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี พร้อมด้วย นายเฉลิม วงษ์ไพร นายก อบจ.สระบุรี และ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคมได้ให้เกียรติเดินลงสนามไปจับมือทักทายกับ นักเตะทั้งสองทีม
เริ่มเกมครึ่งแรกเพียงแค่ น.3 เจ้าบ้าน "พลังเอ็ม" ทำเกมบุกขึ้นมาได้ลุ้นก่อน เมื่อ คริสเตียน เอ็กบ้า ได้บอลจากการวางยาวมาที่หน้ากรอบเขตโทษก่อนจะหาจังหวะซัลโวเต็มข้อแต่ก็ช้อน ใต้ลูกจนทำให้บอลเหินข้ามคานออกไปในจังหวะนี้
น.5 เป็น การท่าเรือฯ ที่หาจังหวะตอบโต้ขึ้นมาบ้าง จากจังหวะที่ เอกชัย สำเร แทงต่อให้กับ เอ็ดวัลโด้ หลุดขึ้นไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนเจ้าตัวจะหาจังหวะสับไกหลุดเสาออกไปโดย ไม่สนว่ามี พิพัฒน์ ต้นกันยา ยืนอยู่โล่งๆ ที่เสาสอง
น.8 คัพฟ้า บุญมาตุ่น จอมทัพโอสถฯ พาบอลลากขึ้นมาจากกลางสนามก่อนจะตัดสินใจตั้งป้อมส่องไกลระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งแรงแต่ก็ยังไปติดเซฟ ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ นายด่านทีมเยือนที่ล้มตัวเซฟเอาไว้ได้ทัน แม้จะมีกระฉอกให้แฟนคลับสิงห์เจ้าท่าได้เสียวอยู่บ้างก็ตามที
น.22 สุรเดช ธงชัย พาบอลขึ้นมาที่กลางสนามก่อนจะชิพออกขวาให้ คริสเตียน เอ็กบ้า หลุดขึ้นไปง้างเท้าซัดแบบเต็มๆ บริเวณมุมแคบแต่ก็ยังไปติดเซฟอีกครั้งในจังหวะนี้ยังคงแลกกันสนุก
น.34 เอ็ดวัลโด้ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ของ การท่าเรือฯ มีโอกาสได้ขึ้นโขกลูกเตะมุมแบบเต็มตัวแต่เจ้าตัวก็ยังขวิดไม่ลงและทำได้แค่ หลุดเสาออกไป ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังไม่สามารถทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันมากนักและ ทำให้สกอร์ในช่วง 45 นาทีแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0
กลับมาสู้กันต่อช่วงครึ่งเวลาหลัง เป็น การท่าเรือไทยฯ ที่สร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง น.50 เอ็ดวัลโด้ ฉกบอลจากแนวรับเจ้าถิ่นบริเวณสุดเส้นหลังด้านขวาก่อนจะตัดสินใจผ่านเข้ากลาง ให้เพื่อนแต่ก็ไม่มีใครเติมขึ้นมาเข้าชาร์จในจังหวะนี้
น.56 โอสถสภาฯ ได้ลูกฟรีคิกเยื้องกับกรอบเขตโทษด้านซ้าย "โจ้5หลา" ศรายุทธ ชัยคำดี รับอาสาปั่นด้วยเท้าขวา บอลโค้งแรงเกือบจะมุดเข้าเสาแรก แต่ ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ ก็ยังตระคุบเอาไว้ได้ทัน
จนกระทั่ง น.64 เป็นกองเชียร์ "สิงห์เจ้าท่า" ที่ได้เฮกันดังลั่น เมื่อ พงษ์พิพัฒน์ คำนวณ เปิดลูกเตะมุมจากทางด้านขวาบอลลอยโค้งอยู่กลางอากาศและเหมือนจะไม่มีอะไร อยู่แล้วถ้า กิตติศักดิ์ ระวังป่า ไม่ออกมาคว้าบอลผิดจังหวะเลยทำให้ตัวที่รออยู่ด้านหลัง อย่าง พิพัฒน์ ต้นกันยา จัดการโหม่งส่งบอลเลยผ่านเส้นประตูเข้าไปให้ การท่าเรือไทยฯ ออกนำเจ้าถิ่นไปก่อน 1-0
น.74 การท่าเรือไทยฯ โต้กลับเร็วของ เอกชัย สำเร ที่ลากบอลขึ้นมากราบซ้ายก่อนที่จะถูก 2 แนวรับโอสถฯ เข้าเสียบทั้งคนทั้งบอลอย่างจังแต่ผู้ตัดสินก็ยังใจแข็งไม่เป่าฟาวล์ให้ทีม เยือนแต่อย่างใด
น.81 โอสถฯ โหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทวงประตูตีเสมอให้ได้ในช่วงเวลาที่เหลือและก็ เกือบจะทำให้ชาว จ.สระบุรี ได้เฮ จากจังหวะการส่องไกลแถวสองของ คัพฟ้า บุญมาตุ่น แม้จะตรงกรอบแต่ก็ยังไม่ผ่านนายด่าน อย่าง ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ ที่เซฟช่วยทีมอีกครั้ง
น.86 พิพัฒน์ ต้นกันยา หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นมาฝั่งซ้ายก่อนที่เจ้าตัวจะลากตัดเข้าในแล้วสับไกด้วย ขวาแบบเต็มเท้าบอลพุ่งแรงไปชนคานบนอย่างจังพลาดโอกาสหนีห่างอีกครั้ง
ช่วงท้ายเกม โอสถฯ จำต้องเปิดหน้าแลกหมัดด้วยการส่ง 2 แนวรุก อย่าง ประวิทย์ วสุนทรา กับ ปฎิพณ เพชรวิเศษ ลงมายืนค้ำในแดนหน้าเพื่อหวังจะช่วยต่ออายุในช่วงที่เหลือให้ได้ต่อไปแต่ ด้วยความที่ดาหน้าบุกแบบไม่ระวังหลังบ้านก็ทำให้พวกเขาต้องมาสังเวยประตูตอก ฝาโลง น.93 จากการเลี้ยงบอลเข้าไปซัดมุมแคบของ เอกชัย สำเร ให้ การท่าเรือไทย เอาชนะ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 2-0 พร้อมกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป
ส่วน โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ก็หยุดเส้นทางเพียงแค่รอบรองฯ ไว้แค่นี้ พร้อมกับรับเงินรางวัลประจำรอบไปจำนวน 250,000 บาทต่อไป
วาทะโค้ช
"ขงเบ้งลูกหนัง" อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ กุนซือ โอสถสภาฯ "ก่อนที่จะเสียประตูรูปเกมก็ยังโอเคอยู่นะ แต่พอเสียลูกแรกก็หลุดไปเลยผมพยายามกำชับเด็กแล้วว่าให้ระวังลูกกลางอากาศ ของ พิพัฒน์ ต้นกันยา ให้ดีแล้วเป็นไงหละครับ"
"เสือเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือ การท่าเรือไทย เอฟซี "ไม่มีคำบรรยาจริงๆ ครับ เกมนี้ลูกทีมทำได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก โดยเฉพาะความแม่นยำที่เป็นปัจจัยสำคัญนำมาสู่ชัยชนะของเราในวันนี้ ส่วนในรอบชิงฯ นั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าคู่แข่งจะเป็นใครแต่ก็จะพยายามใส่เต็มที่อยู่แล้ว เพราะผมมาที่นี้เพื่อต้องการพา "สิงห์เจ้าท่า" กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง"
คะแนนความสามารถของทั้งสองทีม
โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี : กิตติศักดิ์ ระวังป่า 6.5, โกศวัต ว่องไวลิขิต 7,ศิวะเมต ธนูศร6.5( แทน น.88 ประวิทย์ วสุนทรา- ) , ศรายุทธ ชัยคำดี 6.5,คัพฟ้า บุญมาตุ่น7, สุรเดช ธงชัย6.5, อภิศักดิ์ อาสายุทธ์ 6.5,พยุงศักดิ์ พันนารัตน์6.5, คริสเตียน เอ็กบ้า6.5, อีวาน เมนซ่า 6( แทน น.74 สุมัญญาปุริสาย - ), ไพฑูรย์ เทียบมา 6.5
การท่าเรือไทย เอฟซี : ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ 7 , รังสรรค์ เอี่ยมวิโรจน์7(แทน น.73 อิทธิพล นนท์ศิริ- ), พิพัฒน์ ต้นกันยา 7.5, จีรวัฒน์ มัครมย์6(แทน น.75 โอฬาร ลิ้มสัมพันธ์สันติ -), มาริโอ ดา ซิลวา 7.5, อารีฟ เปาะจิ7,เกียรติเจริญ เรืองปาน7( แทน น.90 เอกชัย ปรีชากุล- ), พงษ์พิพัฒน์ คำนวณ7,เอ็ดวัลโด้ ปาร์ไรร่า7, เอกชัย สำเร 8, เมาดรูโร่ มอยส์ซี่ 7.5
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : เอกชัย สำเร แข้ง การท่าเรือไทย เอฟซี




ชัวร์แล้ว เสี่ยมนตรี สุวรรณน้อย เจ้าของทีมสินธนา เตรียมคัมแบ็ควงการลูกหนังไทย ด้วยการเตรียมเข้ามาเป็นผู้บริหารทีมจุฬา ยูไนเต็ด ย้ำไม่ว่าทีมจะอยู่รอดในไทยพรีเมียร์ลีก หรือจะตกชั้นไปเล่นลีกดิวิชั่น 1 ก็พร้อมเข้ามาบริหารทีม เผยแผนทำทีมเน้นการทำงานสไตล์มืออาชีพ โดยรังเหย้าอาจเปลี่ยนที่ใหม่ยึดย่านบางกะปิ หรืออาจจะไปปักหลักต่างจังหวัด มั่นใจหากจุฬาฯ ตกชั้นปีเดียวจะพาทีมขึ้นมาเล่นไทยพรีเมียร์ลีกแน่
ตามที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวออกมาว่า เสี่ยมนตรี สุวรรณน้อย อดีตผจก.ทีมสินธนา อดีตทีมที่เคยสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ให้กับวงการลูกหนังไทยมาแล้วด้วยการเป็น แชมป์ไทยลีกมา 1 สมัยและยังเคยเป็นแชมป์ฟุตบอลรายการอื่นๆในเมืองไทยมาหลายรายการอาจจะคัม แบ็คคืนสู่วงการอีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวไปมุ่งเน้นทำธุรกิจส่วนตัวโดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ มาพักใหญ่นั้น
ล่าสุด นสพ.สยามกีฬา ได้สอบถามไปยัง "เสี่ยบ้านจัดสรร" รายนี้ก่อนจะได้รับการเปิดเผยมาจากบุคคลที่ปัจจุบันยังเป็นผู้ถือครอง กรรมสิทธิ์ทีมสินธนาอยู่แม้ปัจจุบันจะเป็นเปลี่ยนชื่อจากสินธนามาเป็นจุฬา สินธนา และเป็นจุฬายูไนเต็ด ในปัจจุบันก็ตามว่า
"ช่วงที่ผมวางมือหันหลังให้กับวงการฟุตบอลลีกไทยไปหลายปีเพื่อกลับ ไปทำธุรกิจเต็มตัวอีกครั้งนั้น ยอมรับว่าไม่ได้ติดตามข่าวสารของฟุตบอลลีกเท่าไหร่ แต่หลังจากที่ปีนี้ฟุตบอลลีกของไทยกลับมาคึกคักอย่างไม่น่าเชื่ออีกครั้งตัว เองที่ชอบกีฬาฟุตบอลไม่แพ้ใครเหมือนกันนั้น ยอมรับว่าดีใจกับภาพที่ออกมาที่มีแฟนบอลเข้าชมแน่นทุกสนามทุกลีกเพราะไม่เคย คิดว่าบอลลีกไทยจะเติบโตเช่นทุกวันนี้ได้ ทุกวันนี้ติดตามข่าวสารโดยเฉพาะจากสยามกีฬาทุกวันแล้วก็คิดเสมอมาว่าเราน่า จะมีกำลังพอที่จะกลับมาทำทีมฟุตบอลได้อีกครั้งแน่นอน ซึ่งในปีหน้าจะได้เห็นผมกลับมาทำทีมอีกครั้ง"
จบซีซั่นคุย,บริหารสไตล์อาชีพ
เสี่ยมนตรี ยังกล่าวอีกว่า "โอกาสที่จะได้เห็นผมคืนวงการด้วยการกลับมาทำทีมฟุตบอลอีกครั้งให้กับทีม จุฬาฯ ทีมเก่าของผมเองนั้นมีเกิน 50 เปอร์เซนต์แน่นอน โดยหลังจบฤดูกาลไม่ว่าทีมจะตกชั้นหรืออยู่รอดได้เล่นในไทยพรีเมียร์ลีกต่อผม ก็จะคุยกับกลุ่มผู้บริหารทีมในขณะนี้ โดยเฉพาะกับพี่แดง พันเลิศ ใบหยก รองประธานสโมสร ซึ่งถ้าผมกลับมาทำก็จะเน้นการบริหารทีมแบบมืออาชีพเพื่อให้สู้กับสโมสรอื่นๆ ได้เรียกว่าวันวานสินธนาเคยรุ่งเรืองอย่างไรภาพเช่นนั้นก็ต้องกลับมาให้เห็น อีกครั้ง ผมเชื่อว่ายังมีแฟนบอลทีมสินธนาอยู่อีกเยอะที่อยากจะกลับมาเชียร์โดยหากต้อง ไปเริ่มจากลีกดิวิชั่น 1 ผมก็พร้อมจะทำเพราะหนสุดท้ายที่ผมมีบทบาทในการทำทีมก็คือตอนที่ทีมตกไปอยู่ ในลีกดิวิชั่น 1 นั่นเอง ก่อนจะเลิกราไป"
เล็งบางกะปิเล่นเหย้า,หรือผูกตจว.
"หากผมกลับมาทำก็คงจะเปลี่ยนสนามเหย้า โดยอาจจะมาใช้สนามที่อยู่ย่านบางกะปิเพราะฐานแฟนบอลเดิมของสินธนานั้นอยู่ ย่านบางกะปิ หรืออาจจะไปรวมกับบางจังหวัดก็ได้ ซึ่งขณะนี้ก็มีการคุยกันไปแล้วบางส่วนแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นที่ไหน ส่วนชื่อทีมจะใช้ชื่อไหนก็ไม่มีปัญหาก็ต้องต้องคุยกันอีกทีผมเชื่อและมั่นใจ ว่าหากตัวเองเข้ามาทำทีมอีกครั้งถึงต้องเริ่มต้นจากลีกดิวิชั่น 1 ปีเดียวก็น่าจะกลับคืนสู่ไทยลีกได้ หรือหากได้เล่นในไทยพรีเมียร์ลีกต่อไปผมก็เชื่อว่าผลงานของทีมจะออกมาดี อย่างแน่นอน"
จบซีซั่น"บิ๊กแป๊ะ"ลาจุฬายูไนเต็ด
ขณะเดียวกันสยามกีฬาได้สอบถามไปยัง "บิ๊กแป๊ะ" ถิรชัย วุฒิธรรม ผจก.ทีมจุฬายูไนเต็ด ในปัจจุบันว่าไม่ว่าทีมจะอยู่รอดหรือตกชั้นเจ้าตัวจะยังรับหน้าที่เป็นผจก .ทีมให้กับทีมต่อไปหรือไม่ โดยเรื่องนี้ "บิ๊กแป๊ะ" กล่าวว่า "ผมเข้ามาช่วยทีมในเลกสองก็เพราะได้รับการร้องขอมาจากให้เข้ามาช่วย ไม่ใช่ว่าตัวเองอยากจะเข้ามาทำทีมเอง ซึ่งเมื่อจบฤดูกาลผมก็คงจะขอยุติบทบาทในการเป็นผจก.ทีมให้กับทีมตามไปด้วย ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรผมจะไปช่วยทีมไหนบริหารทีมไหนหรือไม่ก็เป็นเรื่อง ของอนาคตที่ยังไม่แน่นอน"
จุฬาฯแย่เพราะไม่ใช่ทีมอาชีพ
กับข้อถามที่ว่าคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุใดทีมจุฬาฯ ถึงล้มเหลวส่อเค้าว่าจะตกชั้นไปเล่นลีกดิวิชั่น 1 ได้สูงนั้น เรื่องนี้ ผจก.ทีมจุฬาฯ กล่าวว่า "ทีมจุฬา ไม่ใช่ทีมอาชีพจริงๆ เป็นทีมกึ่งอาชีพเมื่อทีมกับทีมอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการทีมของจุฬาฯ ยังไม่ใช่ นักเตะส่วนใหญ่ยังเป็นนิสิตหากมีการบริหารงานที่เต็มรูปแบบน่าจะดีกว่านี้ หากผมจะอยู่ทำทีมต่อทีมต้องมีความเป็นทีมอาชีพมากกว่านี้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการทีมทุกอย่าง"